天ぷら (Tempura)

เทมปุระ: ของทอดญี่ปุ่นที่เริ่มต้นจากบาทหลวงโปรตุเกสและร้านริมถนนเอโดะ

ภาพประกอบ 天ぷら (Tempura) สร้างด้วย AI
ภาพประกอบ 天ぷら — สร้างด้วย AI (Pollinations / DashScope) เพื่อการศึกษา · เครดิตรูปภาพ

ถ้าบอกว่าของทอดที่ขึ้นชื่อว่า "ญี่ปุ่นแท้" ที่สุดจานหนึ่งอย่างเทมปุระจริง ๆ แล้วไม่ได้เกิดในญี่ปุ่น หลายคนคงไม่เชื่อ แต่นั่นคือเรื่องจริง รากของเทมปุระย้อนไปถึงบาทหลวงนิกายเยซูอิตชาวโปรตุเกสที่เดินทางเข้ามาทางใต้ของญี่ปุ่นในช่วงศตวรรษที่ 16 ผ่านการค้าที่เรียกว่า "นันบัง" (Nanban trade ราวปี ค.ศ. 1543–1614)

ที่น่าสนใจคือเทมปุระไม่ได้เริ่มจากเทคนิคการทำอาหารชั้นสูง แต่เริ่มจากธรรมเนียมทางศาสนา ในปฏิทินคาทอลิกมีช่วงถือศีลอด (Ember Days และเทศกาลมหาพรต) ที่ห้ามกินเนื้อสัตว์ใหญ่ ชาวโปรตุเกสจึงหันมากินปลาและผักชุบแป้งทอดแทน คำว่า "เทมปุระ" เองก็เชื่อกันว่ามาจากภาษาละติน tempora ที่แปลว่า "ช่วงเวลา" หมายถึงช่วงถือศีลเหล่านี้

จากของกินในวันถือศีลของชาวต่างชาติ เทมปุระค่อย ๆ ถูกคนญี่ปุ่นรับไป ปรับ และทำให้กลายเป็นของตัวเองอย่างสมบูรณ์ จนวันนี้มันคือศาสตร์การทอดที่ละเอียดอ่อนระดับมีร้านดาวมิชลินที่ทำเทมปุระอย่างเดียวทั้งคอร์ส บทความนี้จะพาไล่เส้นทางนั้นตั้งแต่ห้องครัวมิชชันนารีจนถึงเคาน์เตอร์เก้าที่นั่งกลางโตเกียว

จากวันถือศีลของชาวโปรตุเกส สู่จานญี่ปุ่น

ต้นแบบของเทมปุระคืออาหารโปรตุเกสชื่อ Peixinhos da Horta ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ปลาน้อยจากสวนผัก" เป็นพริกหวาน ฟักทอง และถั่วแขกชุบแป้งที่ผสมจากแป้งสาลีแล้วทอด หน้าตาและวิธีทำใกล้เคียงกับผักชุบแป้งทอดของญี่ปุ่นในปัจจุบันอย่างชัดเจน เมื่อชาวโปรตุเกสนำเทคนิคการคลุกแป้งแล้วทอดในน้ำมันเข้ามา คนญี่ปุ่นจึงได้รู้จักวิธีปรุงแบบตะวันตกนี้เป็นครั้งแรก

เรื่องชื่อ "เทมปุระ" มีหลายทฤษฎี ทฤษฎีที่ได้รับการอ้างถึงมากที่สุดคือมาจากคำละติน tempora ที่มิชชันนารีใช้เรียกช่วงถือศีล ส่วนอีกทฤษฎีบอกว่ามาจากคำโปรตุเกส tempero (เครื่องปรุง) หรือกริยา temperar (ปรุงรส) ซึ่งออกเสียงใกล้เคียงภาษาญี่ปุ่นมากจนรับมาใช้ได้เลยโดยแทบไม่ต้องเปลี่ยนสระ ไม่ว่าจะทางไหน ชื่อนี้ก็สะท้อนว่าเทมปุระเป็นมรดกของการพบกันระหว่างสองวัฒนธรรม

หลักฐานที่ชี้ว่าญี่ปุ่นรับเทมปุระมาเป็นของตัวเองแล้วจริง ๆ คือตำราอาหารชื่อ 料理献立抄 ที่ตีพิมพ์สูตรเทมปุระเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1671 นับจากจุดนั้นคำว่าเทมปุระก็แพร่หลายในญี่ปุ่นตอนใต้ก่อน แล้วขยายความหมายไปครอบคลุมของทอดในน้ำมันร้อนแทบทุกชนิด รวมถึงอาหารญี่ปุ่นบางอย่างที่มีอยู่ก่อนแล้ว

ของกินด่วนริมถนนสมัยเอโดะ

ช่วงที่เทมปุระกลายเป็นอาหารยอดนิยมจริง ๆ คือสมัยเอโดะ (โตเกียวเก่า) ในศตวรรษที่ 18 ตอนนั้นมันไม่ใช่อาหารหรู แต่เป็น "ฟาสต์ฟู้ด" ที่ขายตามยาไต (yatai) หรือแผงรถเข็นริมถนน เคียงข้างกับซูชิ โซบะ และปลาไหลย่าง ซึ่งล้วนเป็นของกินด่วนของคนทำงานในเมืองเอโดะที่หิวและรีบ

วัตถุดิบหลักของยาไตเอโดะคืออาหารทะเล เพราะหาปลาสดได้ง่ายจากอ่าวเอโดะ (อ่าวโตเกียวในปัจจุบัน) ที่คนเรียกว่า "เอโดะมาเอะ" ของขึ้นชื่ออย่างอานาโกะ (ปลาไหลทะเลเนื้อนุ่มรสหวานอ่อน) และกุ้งชิบะตัวเล็กรสเข้มข้นถูกทอดสด ๆ เสียบไม้ แล้วจุ่มน้ำจิ้มฐานโชยุพร้อมหัวไชเท้าขูด เป็นภาพการกินเทมปุระที่ติดมาถึงทุกวันนี้

จุดที่น่าสนใจคือเหตุผลเบื้องหลังการใช้น้ำมันงา พ่อค้ายาไตเลือกน้ำมันงาที่ได้จากการบีบงาคั่วเพราะกลิ่นหอมของมันช่วยกลบกลิ่นคาวปลา ไม่ใช่แค่เพื่อรสชาติเท่านั้น เป็นภูมิปัญญาที่แก้ปัญหาจริงของการทอดปลาสดในที่โล่ง

แป้งชุบและเทคนิคที่ซ่อนอยู่ในความบาง

เสน่ห์ของเทมปุระที่ดีอยู่ที่แป้งชุบบางกรอบแต่ไม่อมน้ำมัน ซึ่งฟังดูง่ายแต่ทำยากมาก ส่วนผสมพื้นฐานของแป้งชุบดั้งเดิมมีแค่สามอย่างคือ แป้งสาลี ไข่ และน้ำ และตัวแป้งนั้น "ไม่ปรุงรส" เพราะรสชาติจะมาจากวัตถุดิบและน้ำจิ้มแทน

เคล็ดลับที่เชฟญี่ปุ่นถือเป็นหัวใจคือการผสมแป้งเป็นชุดเล็ก ๆ ด้วยตะเกียบเพียงไม่กี่วินาที โดยตั้งใจให้แป้งเป็นก้อน ๆ ไม่เนียน และต้องใช้แป้งที่เย็นจัด เพราะความเย็นบวกกับการผสมน้อย ๆ จะทำให้ได้เนื้อแป้งที่ฟูเบาและกรอบเมื่อทอด ถ้าคนแป้งจนเนียนเกินไป กลูเตนจะทำงานมากและแป้งจะหนาเหนียวแทนที่จะกรอบ

ที่ร้านเทมปุระระดับสูง การทอดเป็นศาสตร์ของอุณหภูมิน้ำมันล้วน ๆ ที่ Mikawa Zezankyo ในย่านมงเซ็น-นากาโจของโตเกียว เชฟเท็ตสึยะ ซาโอโตเมะ ซึ่งทำเทมปุระในโตเกียวมากว่า 30 ปี ขึ้นชื่อเรื่องการคุมอุณหภูมิน้ำมันอย่างแม่นยำราวกับงานวิทยาศาสตร์ จนได้แป้งที่เบาเป็นพิเศษ และทอดวัตถุดิบทีละอย่างแยกกันเพื่อให้แต่ละชิ้นได้เนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด เสิร์ฟแบบโอมากาเสะตามฤดูกาลบนเคาน์เตอร์เพียงเก้าที่นั่ง

คันโตปะทะคันไซ และจานข้าวหน้าเทมปุระ

เทมปุระในญี่ปุ่นไม่ได้มีหน้าตาเดียว ความต่างที่ชัดที่สุดคือระหว่างฝั่งตะวันออก (คันโต ที่มีโตเกียวเป็นศูนย์กลาง) กับฝั่งตะวันตก (คันไซ ที่มีโอซากาและเกียวโต) แบบคันโตใช้แป้งที่ใส่ไข่และทอดในน้ำมันที่ผสมน้ำมันงา ทำให้สีออกทองเข้มและมีกลิ่นหอม ส่วนแบบคันไซมักใช้แป้งที่ไม่ใส่ไข่ ทอดในน้ำมันพืชหรือน้ำมันเมล็ดฝ้ายที่ให้สีอ่อนกว่า

วิธีกินก็ต่างกัน คนคันโตนิยมจิ้มกับน้ำจิ้มเทนสึยุ ซึ่งทำจากดาชิ โชยุ มิริน และน้ำตาล ส่วนคนคันไซมักกินกับเกลือ บางทีก็เป็นเกลือปรุงรสอย่างเกลือผงกะหรี่หรือเกลือชาเขียว เพื่อให้ได้รสวัตถุดิบล้วน ๆ โดยไม่ถูกน้ำจิ้มกลบ ความต่างนี้สะท้อนรสนิยมอาหารของสองภูมิภาคที่แตกต่างกันมาแต่ไหนแต่ไร

นอกจากกินเป็นชิ้น ๆ เทมปุระยังกลายเป็นจานข้าวยอดนิยมอย่าง "เทนดง" (tendon) คือข้าวสวยร้อน ๆ ราดด้วยเทมปุระทอดสดราดน้ำซอส วัตถุดิบที่ใช้มีตั้งแต่กุ้ง (เอบิเท็น) ปลาหมึก (อิกะเท็น) ไปจนถึง "คาคิอาเกะ" ที่เอาอาหารทะเลและผักหั่นเล็กมาทอดรวมกันเป็นก้อนคล้ายรังนก เป็นอีกหน้าตาหนึ่งของเทมปุระที่กินอิ่มและหาได้ทั่วไปตั้งแต่ในสถานีรถไฟไปจนถึงร้านเฉพาะทาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ส่วนผสมหลัก

เล่นเกมทายอาหารนี้

ลองเล่นกับ Food Nai →

เมนูที่เกี่ยวข้อง